กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก. ธันวาคม 20, 2014, 11:24:20 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: ไกรลาส  (อ่าน 3710 ครั้ง)

ออฟไลน์ master

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 475
ไกรลาส
« เมื่อ: กันยายน 01, 2009, 03:49:19 PM »
Untitled Document


:: บันทึกการเดินทางสู่เขาไกรลาส ::


โดยนักแรมทาง อาจารย์หมอชูเกียรติ ชัยลือกิจ



                                การเดินทางท่องเที่ยวของผมมีเป้าหมายเพื่อผ่อนคลายอารมณ์แต่การเดินทางสู่เขาไกรลาสในทิเบตเมื่อปี พ.ศ. 2550 นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง  เพราะเป็นการตามหาภาพแห่งความว่างเปล่า ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ผม ได้เห็นนิมิตรูปมหาสังฆ์ที่โปร่งใส มีแสงจรัสสีเปล่งประกาย เมื่อตอนอายุ 12 ปี แล้วภาพนั้นก็หายไปจากความทรงจำ
                                จนกระทั่ง 28 ปีต่อมาภาพมหาสังฆ์ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนชายผ้าปูโต๊ะที่ประดิษฐานองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวัดมหาโพธิ์เมืองพุทธคยาินเดียเมื่อเสาะหาคำตอบถึงได้รู้ว่ามหาสังฆ์เป็นสัญลักษณ์ 1 ใน 8 ของความเป็นพรอันประเสริฐและความเป็นสิริมงคลของชาวพุทธในทิเบต ทำให้ผมอยากค้นหาความเป็นมาของปริศนานี้และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณครั้งสำคัญของผมแรงปรารถนาของผมเป็นเหตุให ้คุณไพศาล เจริญจรัสกุล นัดหารือกับคุณดวงดาว  สุวรรณรังษี และได้รู้ว่าภาพในนิมิตของผมนั้นคือเขาไกรลาสและทะเลสาบManasarovarแล้วเราก็ได้กำหนดช่วงเวลาเดินทางให้ตรงกับวันวิสาขบูชาเพราะเป็นช่วงเดียวเท่านั้นที่จะมีผู้คนร่วมเดินทางไปยังเขาไกรลาสเพื่อประกอบพิธีีSakadawaและเป็นโอกาสเดียวที่เราจะอุ่นใจในความปลอดภัยเพราะมีีเจ้าหน้าที่ของรัฐคอยดูแลตลอดเส้นทางเราใช้เวลา15วันในการเดินทางไปกลับโดยค้างแรมในกาฐมาณฑุเนปาล 1 คืนเพื่อเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งประสานงานกับไกด์ท้องถิ่นในการเตรียมเสบียง พ่อครัว และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 8 คัน โดยคณะเรา 31 คนเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่เสี่ยงผจญภัยสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาไกรลาสที่อยู่สูงเหนือน้ำทะเลถึง 6,712 ม. 

                     เราเดินทางถึงกาฐมาณฑุวันที่ 24 พ.ค.แล้ววันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปยังเมือง Kodari ชายแดนเนปาล เพื่อเข้าสู่เมืองZhangmu ของจีน ระหว่างทางจาก Zhangmu สู่เมือง Nyalamในเวลาบ่าย รถก็ไปต่อไม่ได้ เพราะหินถล่มปิดเส้นทาง เจ้าหน้าที่ทางหลวงต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงระเบิดสิ่งกีดขวางออก จากนั้นเราจึงเดินทางต่อ เมื่อรถไต่ขึ้นมาถึงความสูง 3,460 ม. ทัศนียภาพที่เคยเห็นเป็นเทือกเขาสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ เหลือเพียงแต่หินดินทรายเพราะพืชพรรณไม่สามารถเติบโตบนความสูงระดับนี้ได้เมื่อมาถึงเมือง Nyalam ความหนาวเหน็บก็มาเยือน ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,900 ม.อากาศเบาบางมากหลายคนจึงเริ่มแสดงอาการแพ้ความสูง บางคนปวดหัวมากจนต้องกินยาแก้แพ้ความสูงส่วนกลุ่มผมอาศัยเสียงจากดนตรีบำบัดเพื่อปรับสมดุลภาพ เป็นคืนที่หลายคนนอนอย่างยากลำบาก เราจึง ตัดสินใจพักที่ Nyalamอีกคืนเพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับระดับความสูงขณะเดียวกันก็ได้เดินชมวิถีชีวิตของชาวเมืองโดยรอบ

            

                          
                            เช้าวันรุ่งขึ้น เราเดินทางไปยังเมือง Saga Zong ซึ่งต้องไต่ระดับความสูงถึง 4,600 ม. อุณหภูมิอยู่ที่ 5 องศาฯ แต่แสงแดดร้อนแรงมากทิวทัศน์จาก Nyalam สู่ Saga Zong คือภาพขุนเขาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะกับเทือกเขาสีเทาเข้ม ผสานกับหินทรายที่ทอดยาว สะท้อนให้เกิดพลังแห่งความสุขอันหา คำเปรียบเปรยมิได้ ระหว่างค้างแรมที่ Saga Zong เพื่อนร่วมคณะ 4 คนก็มีีอาการแพ้ความสูงเกินกว่าที่จะเสี่ยงเดินทางต่อ พวกเขาถูกส่งกลับไปที่กาฐมาณฑุเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ที่เหลืออีก 27 คน กับรถ 7 คัน มุ่งหน้าเดินทางข้ามระดับความสูงเกิน 5,000 ม. ต่อไป


 


                      ยามเย็นของวันที่ 28 พ.ค. เราก็เดินทางมาถึงเขตPayangและตั้งแคมป์ในระดับความสูง4,600 ม.ความหนาวเหน็บ –5 องศาฯ ในค่ำคืนนั้นทำให้ผมยากที่จะลืมเลือน เพราะมันหนาวขึ้นเส้นปลายประสาทสมองทั้งๆที่ี่ผมใส่หมวกหน้ากากกันหนาวเป็นอย่างดีเรียกว่าเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนและเมื่อแสงตะวันแรส่องเงาในเช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่ยืนยันถึงความหนาวคือเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะบนถุงนอนและสัมภาระในแคมป์แต่พอผมโผล่ออกจากเต็นท์ก็ต้องตกตะลึงกับภาพพาโนรามารอบทิศเป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยฝูงแกะยืนอยู่ริมลำธารที่เหยียดยาวไกลสุดสายตาคือเทือกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะช่างเป็นบรรยากาศคุ้มค่าที่แลกกับความหนาวในค่ำคืนที่ผ่านมาเกือบ 10 โมงเช้าเราถึงเริ่มออกเดินทางต่อไปยังทะเลสาบManasarovar หรือทะเลสาบเกษียรสมุทร ยิ่งเดินทางใกล้ถึงทะเลสาบผมก็รู้สึกเหมือนได้กลับถึงบ้าน พลังในร่างกายผมเหมือนลูกระเบิดจนต้องตะโกนก้องดังเพื่อเป็นการผ่อนคลาย เมื่อเรามาถึงทะเลสาบManasarovaสิ่งที่ได้เห็นคือน้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าใส แสงแดดยามเที่ยงส่องผิวน้ำ จนเป็นเกล็ดระยิบระยับ พลังสนามแม่เหล็กบนพื้นรอบทะเลสาบนี้สูงมากจนทำให้ผมเกิดนิมิตขึ้นทุกครั้งและทุกวันที่นั่งทำสมาธิหมู่ ได้เห็นพิธีกรรมของหมู่เทพเทวดาที่มาชุมนุมประกอบพิธีเกษียรมหาสมุทร โดยมีพระนารายณ์เป็นประธานพิธี                

                          
                            บ่ายของวันที่ 29 พ.ค.กลุ่มผมร่วมประกอบพิธีปลุกเสกน้ำอำมฤตโดยผมเป็นตัวแทนลง ไปในทะเลสาบเพื่อปลุกเสกน้ำอำมฤต ผมนำน้ำมนต์ 108 วัดและน้ำมนต์ของทุกศาสนามารวมกับน้ำในทะเลสาบเกษียรสมุทรนี้ พอถึงวันรุ่งขึ้นคือวันวิสาขบูชาเราออกเดินทางตอนตีห้าเศษเพื่อไปร่วมพิธี Sakadawaถึงเชิงเขาไกรลาสประมาณ 6 โมงเช้า จึงทราบว่าพิธีจะเริ่มขึ้นตอนบ่ายโมงเราจึงมีเวลาสำรวจบริเวณรอบๆ และได้พบตำแหน่งในนิมิตสำหรับทำพิธีเปิด Star Gate นับเป็นฤกษ์ดีที่เราทำพิธีเปิด Star-Gate ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาทราบในช่วงบ่ายว่า พิธี Sakadawa  ก็คือพิธีปรับแกนเสาโลกเหมือนกับที่กลุ่มผมตั้งใจมาทำพิธีตามนิมิตในครั้งนี้ จากนั้นคณะแยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะเดินเท้า 52 กิโลเมตรรอบเขาไกรลาส ภายใน3วัน ส่วนกลุ่มผมมีเป้าหมายเพื่อประกอบพิธี ณ บริเวณทะเลสาบManasarovar และข้างเขาไกรลาส ซึ่งภายใน 4 วัน เราได้ร่วมกันประกอบพิธี 4 อย่างตามลำดับคือ พิธีปลุกเสกน้ำอำมฤตจากทะเลสาบเกษียรสมุทรพิธีเปิด Star Gate พิธีปรับแกนเสาโลก และพิธีเปิดและปิด Shambala
   
 

[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2010, 04:18:38 PM โดย master »

ออฟไลน์ master

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 475
การเดินทางสู่ ไกรลาส
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 02:44:55 PM »
Untitled Document

:: การเดินทางสู่เขาไกรลาส ::

 

            เขาไกรลาสตั้งอยู่ในเขตปกครองพิเศษของจีน การเดินทางไปเขาไกรลาสที่สะดวก
ที่สุดนั้น เริ่มต้นได้จาก 2 เมือง คือ
 
1. จากเมืองกาฐมาณฑุ เนปาล

เป็นเส้นทางรถยนต์ที่สั้นที่สุด ปลอดภัยที่สุด และมีเพื่อนร่วมทางมากที่สุดในช่วงวันวิสาขบูชาอีกทั้งยังเป็นเมืองที่เพียบพร้อม ทุกด้าน ทั้งที่พักอาหาร บริษัททัวร์ ร้านขายอุปกรณ์แค้มปิ้งและเครื่องใช้ ที่จำเป็นระหว่างเดินทาง

2. จากเมืองลาซา เขตปกครองพิเศษในจีน
มีบริษัททัวร์จัดแพ็กเกจเดินทางไปเขาไกรลาส แต่ก็ต้องรอจำนวนคนให้ครบตามที่บริษัทตั้งไว้ เช่น 8 คน จึงจะออกเดินทางได้ เส้นทางนี้ใช้ ระยะเวลาเดินทางนานกว่าเส้นทางแรกราว 3-4 วัน ในที่นี้จึงขอแนะนำเส้นทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดคือเส้นทางแรก

 

 




:: การเดินทาง กรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ ::


การบินไทยให้บริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยว ดูรายละเอียดที่ www.thaiair.com สายการบินRoyal Nepal Airlines ให้บริการ วันจันทร์ ดูรายละเอียดที่ www.royalnepal-airlines.com
  
:: การขอวีซ่า ::

             สำหรับทริปนี้ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าเนปาล เพราะอยู่ในเนปาล ไม่เกิน 3 วัน แต่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศจีน ที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถ.รัชดาภิเษก โทร.0-2245-7032, 0-2245-7036-40 ดูรายละเอียดที่ www.chinaembassy.or.th


:: ข้อมูลติดต่อ ::

             ควรซื้อแพ็กเกจทัวร์จากบริษัททัวร์ในกาฐมาณฑุเพราะการเดินทางไปเขาไกรลาสต้องมีทีมสนับสนุน เช่น พ่อครัว ทีมจัดการกางเต็นท์ ผู้ประสานงานตามด่านต่างๆ ฯลฯ


 

: สิ่งที่ต้องเตรียม (นอกเหนือจากของใช้ส่วนตัว) ::

  • แท่นชาร์จแบตเตอรีในรถยนต์
  • ปลั๊กไฟแบบแผง เพื่อจะได้ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน เพราะในทิเบตใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีช่วงเวลาสำหรับชาร์จไฟเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
  • อุปกรณ์กันหนาว ขนไปให้เต็มที่ เพราะอากาศหนาวจริงๆ อุณหภูมิไม่สูงกว่า 5 องศาเซลเซียส 
      


:: อาหารการกิน ::

             ระหว่างทางมีร้านขายของเล็กๆ บางเมืองก็มีเพียงเต็นท์ถาวร ขายอาหารแห้งจำพวกบะหมี่สำเร็จรูปแต่ในการเดินทางไปกับบริษัททัวร์จะมีพ่อครัวทำอาหารให้ทุกมื้อ ทั้งนี้เราควรเตรียมผลไม้ เช่น ส้ม ติดตัวไปด้วย
 
:: ระยะเวลาการเดินทาง ::

ควรใช้เวลาสำหรับทริปนี้ทั้งหมด 16 วัน คือ 

วันแรก :: ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกาฐมาณฑุ (ระดับความสูง 1,350 เมตร) ค้างที่กาฐมาณฑุ 1 คืน ช่วงบ่ายนี้สามารถซื้อข้าวของเครื่องใช้เพิ่มเติมได้จากย่านทาเมล 

วันที่สอง :: ออกเดินทางจากกาฐมาณฑุโดยรถบัส เดินทางไปยังเมืองโคดารี ชายแดนเนปาล (นั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมง) แล้วผ่านพิธีการข้ามแดนเข้าไปยังเมืองจางมู จากนั้นจึงเปลี่ยนไปนั่งรถโฟร์วีลล์ไดรฟ์เดินทางสู่เมืองนยาลัม (สูง 3,800 เมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ค้างคืนที่นยาลัม ในคืนนี้หลายคนอาจมีอาการแพ้ความสูง เพราะเดินทางไต่ระดับ ความสูงจาก 1,350 เมตร มาถึงระดับ 3,800 เมตรในวันเดียว จึงควรทำอะไรช้าๆหายใจช้าๆ ลึกๆ จิบน้ำอุ่นเป็นระยะ และทำจิตใจให้สงบสบาย 

วันที่สาม :: พักและค้างคืนในเมืองนยาลัมเพื่อปรับตัวกับระดับความสูง วันนี้เป็นวันพักผ่อน เดินเล่นชมเมือง ถ้ากังวลเรื่องอากาศที่จะ เบาบางลงเรื่อยๆ ที่เมืองนี้มีออกซิเจนกระป๋องจำหน่าย 

วันที่สี่ :: ออกเดินทางไปยังเมืองซากา (สูง 4,640 เมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-9 ชั่วโมง คืนนี้พักในโรงเตี๊ยมเมืองซากา 

วันที่ห้า :: ออกเดินทางไปยังเมืองปาร์ยัง (สูง 4,540 เมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง คืนนี้ตั้งแคมป์นอน 

วันที่หก :: เดินทางสู่ทะเลสาบมานาซาโรวาร์ (สูง 4,700 เมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ6-7 ชั่วโมง คืนนี้ตั้งแคมป์ริมทะเลสาบ 

วันที่เจ็ด :: ปรับตัวกับระดับความสูง โดยการเที่ยวชมวัดรอบทะเลสาบมานาซาโรวาร์ ค้างคืนในแคมป์เดิม 

วันที่แปด :: (บริษัททัวร์จะจัดให้ตรงกับวันวิสาขบูชา)เดินทางไปยังเชิงเขาไกรลาสเพื่อร่วมพิธี Sakadawa แล้วค้างคืนในเมืองตาร์เชิน (สูง 4,560 เมตร) เชิงเขาไกรลาส 

วันที่เก้าถึงวันที่สิบเอ็ด :: เดินรอบเขาไกรลาส โดยตั้งแคมป์พักระหว่างทาง 2 คืน สำหรับผู้ที่ไม่เดินรอบเขาไกรลาสเป็นเวลาของการพักผ่อนรอบทะเลสาบมานาซาโรวาร์ 

วันที่สิบสอง :: เดินทางจากทะเลสาบมานาซาโรวาร์ ไปยังเมืองปาร์ยัง ตั้งแคมป์พัก 

วันที่สิบสาม :: เดินทางสู่เมืองซากา พักโรงเตี๊ยม 

วันที่สิบสี่ :: เดินทางสู่เมืองนยาลัม พักโรงเตี๊ยม 

วันที่สิบห้า :: เดินทางสู่เมืองกาฐมาณฑุ พักโรงแรมในย่านทาเมล 

วันที่สิบหก :: เดินทางกลับ กาฐมาณฑุ-กรุงเทพฯ

   
 

: อาการแพ้ความสูง ::

            เป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งว่าคนแข็งแรง เช่น นักไตรกีฬา จะไม่มีทางเกิดอาการแพ้ความสูง (High altitude sickness) เพราะใครๆก็อาจมีอาการนี้ได้เมื่ออยู่บนความสูงระดับ3,000 เมตรขึ้นไป และอาการจะชัดยิ่งขึ้นในระดับความสูงตั้งแต่ 4,000 เมตร

            อาการแพ้ความสูงเกิดจากระดับความดันอากาศและออกซิเจน ลดลง อาการเริ่มต้นคือเพลีย หายใจเร็ว ปวดหัว หลังจากนั้นก็จะคลื่นไส้ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ท้องเสีย โดยทั่วไปถ้าได้พักปรับร่างกายสัก 1-2 วัน อาการนี้ก็จะหายไป แต่ถ้าเป็นมากจนถึงขั้นซึม ไอแล้วมีเสมหะ เป็นเมือก เป็นฟอง หรือมีเลือดปน การตัดสินใจผิดปกติ เดินไม่ตรง รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา ก็ต้องลงสู่ระดับความสูงที่ต่ำกว่าทันที

            การป้องกันคือตรวจร่างกายก่อนเดินทางไปในที่สูง จิบน้ำเรื่อยๆเพราะเมื่ออยู่บนระดับความสูงมากๆ การหายใจจะเร็วขึ้น ทำให้ร่างกายเสียน้ำได้ง่าย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างเด็ดขาด ห้ามกินยานอนหลับและยาแก้ไอ เพราะตัวยามีฤทธิ์กดระบบการหายใจ และหลักง่ายๆอีกอย่างคือเดินสูงแล้วลงมานอนในที่ ที่ต่ำกว่า
   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2009, 02:21:53 PM โดย master »

ออฟไลน์ Kaisiwa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: ไกรลาส
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2014, 11:06:50 AM »
เป็นข้อมูลที่ดีมากเลยครับ เป็นประโยชน์มากครับ

 

Related Topics

  หัวข้อ / เริ่มโดย ตอบ กระทู้ล่าสุด
3 ตอบ
2709 อ่าน
กระทู้ล่าสุด ตุลาคม 27, 2014, 07:21:54 PM
โดย captanls
3 ตอบ
3466 อ่าน
กระทู้ล่าสุด มิถุนายน 19, 2014, 12:04:03 PM
โดย gariphn

Powered by EzPortal
Sitemap 1 2 3 4 5