September 05, 2010, 09:08:49 am
1035 Posts - 137 Topics - 3792 Members

Author Topic: เปรู มาชูปิกชู  (Read 636 times)

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
เปรู มาชูปิกชู
« on: April 22, 2010, 11:09:12 am »
Home

มาชูปิกชู.....บนแผ่นดินของอินคา

 

ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์...เรื่อง

 

                         ณ ดินแดนแห่ง ขุนเขาสูงเสียดฟ้า Huascaran 6,788 เมตร

 

                         ณ ดินแดนที่ ลุ่มน้ำกว้างถึง 6.8 ล้านตารางกิโลเมตร กลายเป็นทะเลป่า ใหญ่กว่าพื้นที่ประเทศไทย 12 เท่า

 

                          ณ ดินแดนที่เป็นจุดกำเนิดแห่งเรื่องราวกษัตริย์อินคาและอาณาจักรทองคำกลายเป็นการเดินทางครั้งหนึ่ง ไม่เหมือนครั้งไหน

 

                        การเดินทางไปสู่ ประเทศที่อยู่ห่างไกลเมืองไทยที่สุด เกินกว่า 40 ชั่วโมง

                        

                         การเดินทางสู่ประเทศเปรู

 

                   หัวใจ ของอินคาอยู่ที่ประเทศเปรูน่าเสียดายที่เกือบทุกอย่างของอาณ าจักรอินคาล้วนสูญหายไปในครั้งเป็นอาณานิคมของสเปนเหลือเพียง บางส่วนของ “ราชวังทอง” (Gold Palace) หรือที่นักท่องเที่ยวปัจจุบันรู้จักในนาม Koricancha: Temple of the sun วิหารสุริยันแห่งอาณาจักรอินคา

                   สเปน ถล่มอาณาจักรอินคาลงได้แต่หมายถึงแค่เมืองหลวงและเมืองช ายฝั่งการบุกเข้ามาเพื่อยึดเมืองในหุบเขาที่อยู่ลึกเข้าไปทำได้ไม่ง่าย หรอกยังมีเมืองในตำนานแอบซ่อนอยู่เวลาล่วงเลยมาจนถึงยุคก่อนส งคราม โลกครั้งที่ 1 อันเป็นช่วงสำรวจโลกด้วยวิทยาการสมัยใหม่ นักสำรวจบุกบั่นไปตามที่ต่างๆ รวมทั้งคนหนึ่งชื่อ Hiram Bingham นักสำรวจชาวอเมริกัน ผู้มาเยือนอเมริกาใต้

                    

                   ใน พ.ศ. 2454 เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยเสมอเหมือนปัจจุบัน ยิ่งถ้าเป็นประเทศเปรู ดินแดนห่างไกล เทือกเขากว้างใหญ่สูงลี้ลับ ไม่มีเครื่องบินผ่าน ไม่มีดาวเทียมคอยสำรวจทางอากาศ การค้นหาต้องอาศัยการเดิน เดิน และเดิน บิงแฮมมาถึงเมืองอินคา เที่ยวชมโบราณสถาน เห็นแล้วรู้สึกว่ายิ่งเข้าไปใกล้ในแหล่งกันดารยิ่งน่าสนใจ แต่การเดินทางไม่ง่ายหรอกนายเอ๊ย จึงต้องทุ่มพลังหาเงินสนับสนุน

                   การ สำรวจหนแรกสิ้นสุดอยู่บริเวณหุบเขาในป่าลึก แต่ลำน้ำยังไปอีกไกลยังมีหมู่บ้านน้อยอยู่ข้างหน้าหลายแห่งบิงแฮม หมดแรงแล้วเงินก็หมดจึงต้องกลับไปตั้งต้นใหม่ในอเมริกาเขาผู้นี้เป็น อาจารย์ใน มหาวิทยาลัยชื่อดังจึงประกาศขอทุนสนับสนุนแล้วก็กลับม าอีกครั้ง คราวนี้เขาได้ข้อมูลมากขึ้นรวมถึงเมืองในตำนาน มาชูปิกชู (Machu Picchu) ที่ผู้คนพูดถึงในคูซโก แต่ ณ วันนั้นไม่มีใครเชื่อว่าเมืองนี้มีอยู่จริง

 

                   จาก การสำรวจในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงการตั้งหลักแหล่งชุมชน แต่ละคนพูดเป็นเสียงเดียว เมืองสุดท้ายของชาวอินคาน่ะเหรอ คือเมือง Ollantaytambo ปลายทางหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ลึกเข้าไปกว่านี้ไม่มีหรอกเมือง มีแต่หมู่บ้านจิ๋ว เพราะหุบเขายิ่งแคบ แหล่งเกษตรกรรมแทบไม่มี ใครจะไปสร้างเมืองบนยอดเขาที่ไร้ผู้คนหรือชุมชนใดๆ

                   บิงแฮม ไม่เชื่อ นักสำรวจต้องมีจินตนาการ แต่ต้องมีเงินด้วย จึงใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าเขาจะกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 3 คราวนี้เขายกทีมไปตามลำน้ำจนถึงเมืองโอลัน ก่อนบุกลึกๆ เข้าไปตามสายธารแห่งขุนเขา ผ่านซากปราสาทในอดีต รกร้างไร้ผู้คน ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ เสียงสัตว์ร้อง หริ่งหรีดเรไรระงม มันเป็นหุบเขาแห่งความแร้นแค้น ต้องคำสาป คล้ายมีมนตราอยู่ในอากาศ

                   หลายวัน ผ่านไป คณะสำรวจมาถึงบ้านป่าหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ในหุบเขาแคบ รอบด้านคือยอดเขาสูงตระหง่านกว่า 3,000 เมตร บิงแฮมเคาะประตูบ้าน ก่อนเจอ Melchor Arteaga เจ้าของบ้านกลางป่าเปลี่ยวโผล่ออกมาบอกว่าแดนดินถิ่นนี้ชื่อ Mandor Pampa ข้าคือผู้เฝ้าหุบเขา ทำมาหากินโดยปลูกพืชสวน รวมทั้งทำที่พักแรมให้คนที่นานๆ ผ่านมาครั้ง

                   Melchor เล่าให้บิงแฮมฟังว่า บนเขาโน้นคือยอดเขาสูง หนึ่งเรียก Huayna Picchu อีกหนึ่งชื่อ Machu Picchu บนนั้นมีเมืองศิลาดึกดำบรรพ์ นครที่ไร้ผู้คน บิงแฮมขอร้องให้เขาพาขึ้นไป ณ เมืองในนิทาน

 

                   การเดิน ทางตอน 10 โมงเช้าช่วงต้นเป็นพื้นราบผ่านป่ารกนิดหน่อยก่อนมาสิ้นสุดที่ลำน้ำไ หลเชี่ยวมีเพียงท่อนไม้แคบนิดเดียวบิงแฮมตัดสินใจข้ามกว่าจะข้าม แม่น้ำได้เกือบตายเสร็จแล้วก็เกือบตายจริงเมื่อเจอกับ หน้าผาใช้เวลา ปีนป่ายทีละนิดละหน่อยจนพระอาทิตย์คล้อยผ่านหัวไปถึงตอนบ่ายพ วกเขามาถึงไหล่เขาสูงกว่าหุบที่เริ่มต้นประมาณ 600 เมตร ตรงนั้นเองที่พวกเขาพบเพิงกลางป่าเป็นที่อยู่ของครอบครัวชาวป่าผู้ป ลีกสันโดษครอบครัวใจดีสั่งให้ลูกชายวัยไม่กี่ขวบเป็นผู้นำบิงแฮมไป ต่อ

 

                   เด็กน้อย วิ่งโลดแล่น จนท้ายสุดทุกคนโผล่พ้นพงไม้ ก่อนชะงักเมื่อเจอกำแพงใหญ่ขวางหน้ากำแพงที่กั้นขวางอารยธรรม จากโลกภายนอกมาหลายร้อยปีกำแพงที่ไม่เคยมีมนุษย์จากโลกศิวิไ ลซ์ข้ามไปมา ก่อน

 

                   เด็กน้อย วิ่งโลดแล่น จนท้ายสุดทุกคนโผล่พ้นพงไม้ ก่อนชะงักเมื่อเจอกำแพงใหญ่ขวางหน้ากำแพงที่กั้นขวางอารยธรรม จากโลกภายนอกมาหลายร้อยปีกำแพงที่ไม่เคยมีมนุษย์จากโลกศิวิไ ลซ์ข้ามไปมา ก่อน

 

     The lost city of Inca อยู่เบื้องหลังกำแพง

 

 

                   สองเท้า ของผมอยู่ริมขอบเหวมือถือกล้องยกขึ้นส่อง เมื่อมองผ่านเลนส์มุมกว้างผมเห็นภาพโบราณสถานอันดับหนึ่งของท วีปอเมริกา “มาชูปิกชู เมืองที่สาบสูญแห่งอาณาจักรอินคา”

                   ความ มหัศจรรย์คือที่ตั้ง โบราณสถานแห่งใดๆ ที่ผมเคยไปมาหากใหญ่หากโตล้วนอยู่บนที่ราบทั้งนั้นอย่างเก่งก็อยู่บ นเนินเขาใกล้เมืองจะมีใครคิดสร้างปราสาทยักษ์บนยอดเขาสูงเกือบเ ท่าดอยอินทนนท์ ในพื้นที่ห่างจากแหล่งชุมชนนับร้อยกิโลเมตร ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีผู้คน มีแต่ป่ากับนกและกล้วยไม้อีก 400 ชนิด

 

                   ความ มหัศจรรย์คือที่ตั้งโบราณสถานแห่งใดๆที่ผมเคยไปมาหากใหญ่หากโตล้วนอยู่บนที่ราบทั้งนั้นอย่างเก่งก็อยู่บนเนินเขาใกล้เมือง จะมีใครคิดสร้างปราสาทยักษ์บนยอดเขาสูงเกือบเท่าดอยอินทนนท์ ในพื้นที่ห่างจากแหล่งชุมชนนับร้อยกิโลเมตร ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีผู้คน มีแต่ป่ากับนกและกล้วยไม้อีก 400 ชนิด

                   เมื่อมอง จากมุมผาผมเห็นยอดเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนเห็นโตรกลึกดิ่งชันลงสู่ลำธารเบื้องล่างเห็นความเขียวปี๋ของป่าดิบเขาแน่นทึบ ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดของมนุษย์ ยกเว้นมหาปราสาทที่อยู่ตรงหน้า ดุจมีมือของทวยเทพเจ้าสร้างแล้วยกมาวางไว้

                   หลาย ชั่วโมงที่เรามุดไปตามช่องประตูและร่องทางเดิน ผมเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวอินคา ครั้งนั้น...ไม่มีใครรู้จักล้อ คำถามแรกคือเขาขนหินมาได้อย่างไร คำตอบคือวางบนท่อนซุงแล้วกลิ้งมา คำตอบนำสู่อีกหลายคำถาม กลิ้งขึ้นยอดเขาเนี่ยนะ ยากกว่าเข็นครกตั้งเยอะ ยังหมายถึงโน่นนี่นั่นอีกมาก รวมถึงคำถามแรกที่ใครมาถึงย่อมสงสัย มาชูปิกชูคืออะไร? สร้างมาเพื่อเหตุผลใด?

                   คำตอบ คือชื่อของมหาปราสาท ชื่อที่เรียกต่อกันมาเนิ่นนาน The lost city of Inca ไม่มีใครรู้ว่านครที่สาบสูญมีความเป็นมาอย่างไร? มีหลายคนบอกอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่มีใครสักคนกล้าฟันธง

 

ความลึกลับยังคงอยู่คู่มาชูปิกชู

 

 

หมายเหตุ : ตัดตอนและเรียบเรียงจากเรื่อง “เปรู...บนแผ่นดินแห่งแอนดีส อินคา อะเมซอน” ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature Explorer ฉบับ 84 เดือนธันวาคม 2549

 



[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]
« Last Edit: August 17, 2010, 11:04:56 am by master »

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
Home

Traveller’s Guide

 

                   มาชูปิกชู (Machu Picchu) คือนครโบราณอันลี้ลับของชาวอินคา ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่าสองพันเมตรในประเทศเปรู ทวีปอเมริกาใต้ มาชูปิกชูเป็นเมืองใหญ่ที่สูญหายไปตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนจะถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2454 โดย Hiram Bingham นักโบราณคดีชาวอเมริกัน ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นทั้งแหล่งมรดกโลกและ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

 

:: การขอวีซ่า ::

 

                   สำหรับคนไทย ไม่ต้องทำวีซ่าหากอยู่ในเปรูไม่เกิน 90 วัน

                   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานทูตเปรู ประจำประเทศไทย อาคารกลาสเฮาส์ ชั้น 16 ซอยสุขุมวิท 25 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร. 0-2260-6243

 

:: การเดินทาง ::

 

                   จากเมืองไทยยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังเปรู จะต้องบินไปลงที่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ หรือบินไปอเมริกา จากนั้นจึงต่อเครื่องบินไปยังลิมา เมืองหลวงของเปรู ใช้เวลาเดินทางจากเมืองไทยประมาณ 2 วัน

 

:: วิธีท่องเที่ยว ::

 

                   วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางไปกับบริษัททัวร์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัททัวร์หลายแห่งในเมืองไทยจัดทริปไปเปรู โดยมีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย

 

:: สภาพอากาศ ::

 

                   สภาพอากาศในเปรูแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ภูเขา ชายฝั่งทะเล และทะเลทรายสำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวท ี่สุดคือเดือนเมษายน-ตุลาคม เพราะอากาศแห้งและเย็น ส่วนเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม จะมีฝนตกชุก

:: ภาษา ::

 

                   ภาษาราชการคือภาษาสเปน สำหรับในเมืองใหญ่ เช่น ลิมา คูซโก มีชาวเปรูที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง

 

:: เวลา ::

 

                   เวลาที่เปรูช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง

 

:: เงินตรา ::

 

                   เปรูใช้เงินสกุลโซเลส มีหน่วยเงินเป็นเพน (PEN) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยน 1 เพน ประมาณ 12 หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 3 เพน (ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้งก่อนเดินทาง)

 

:: อาหาร ::

 

                   เปรูมีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล เนื้อสัตว์ (เช่น ไก่ วัว แกะ อัลพากา หนูตะเภา เป็นต้น) อาหารจานหลักส่วนใหญ่จะเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งซึ่งมีมากมายหลายสายพันธุ์

                   สำหรับเครื่องดื่ม ที่พลาดไม่ได้คือปิสโกซาวร์ (Pisco Sour) ซึ่งเป็นเหล้าบรั่นดีที่ทำจากองุ่น ผสมกับน้ำมะนาว น้ำแข็ง

ไข่ขาว และน้ำหวาน ที่นับว่าเป็นเครื่องดื่มชื่อดังของประเทศนี้

 

 

:: ช็อปปิ้ง ::

 

                   ที่น่าสนใจคืองานผ้าปักลายของชนเผ่า ผ้าทอจากขนอัลพากา ซึ่งมีขายตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

 


Offline sunlight

  • Newbie
  • *
  • Posts: 20
Re: เปรู มาชูปิกชู
« Reply #2 on: July 14, 2010, 03:02:06 pm »
น่าประทับใจมากครับ
เมื่อการเดินทางสิ้นสุด...ความว่างเปล่าก็เข้ามาแทนที่

 


Powered by EzPortal