September 05, 2010, 08:46:44 am
1035 Posts - 137 Topics - 3792 Members

Author Topic: ญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ  (Read 332 times)

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
ญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ
« on: May 31, 2010, 03:35:25 pm »
Home

ดวงดาว สุวรรณรังษี...เรื่อง

 

                   ญี่ปุ่น ดินแดนอันเต็มไปด้วยสีสันแห่งสี่ฤดูกาลนี้ มีช่วงเวลาที่งดงามเป็นพิเศษ    คือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ในภาษาญี่ปุ่นโบราณมีคำคำหนึ่งที่บ่งบอกถึงฤดูกาลใบไม้ผลิ    คือ “ซากุระ โดกิ” (Sakura Doki: เวลาของซากุระ) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของคนญี่ปุ่นกับดอกซากุระเป็นพิเศษ    การชมดอกซากุระที่บานสะพรั่งก็คือการชื่นชมยินดีกับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลินั่นเอง

                   ทว่าสำหรับกลางฤดูใบไม้ผลิ หลังจากต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งซากุระร่วงโรยไปหมดแล้ว    สีสันของฤดูกาลนี้ยังปรากฏอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของญี่ปุ่น นั่นคือ

 

              ฟูจิยามะ (Fujiyama) ภูเขาไฟยอดอาบหิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดินแดนอาทิตย์อุทัย    จุดชมวิวฟูจิยามะที่งดงามมากนั้นอยู่ที่ยอดเขามิตสึโทเกะ (Mitsutoge) ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับฟูจิยามะ    มิตสึโทเกะเป็นที่นิยมมากของนักเดินป่าปีนเขา ใช้เวลาเดินราว 2 ชั่วโมง ก็ถึงจุดชมวิวบนยอดสูงราว    1,700 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง เป็นเนินเขาที่ปกคลุมด้วยป่าสน ทุ่งหญ้าเล็กๆ มองเห็นภูเขาฟูจิตั้งตระหง่านงดงามมาก    ช่างภาพและนักปีนเขาจึงนิยมมาพักแรมที่บ้านพักบนยอดเขา เพื่อชมความงามของฟูจิยามะในยามพระอาทิตย์ขึ้นและตก

              นอกจากการชมความงามของฟูจิยามะจากจุดชมวิวรอบๆ ภูเขา กิจกรรมการเดินขึ้นยอดเขานั้น    ก็เป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขาเดินป่าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของญ ี่ปุ่น    ทุกปีจึงมีเทศกาลขึ้นยอดฟูจิ เฉพาะในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเท่านั้น เพราะเป็นช่วงฤดูร้อน    ซึ่งเป็นช่วงเดียวที่เส้นทางจะเปิดและสามารถเดินได้

 

              แจแปน แอลป์ (Japan Alp) คือสมญานามของเทือกเขาทาเทยามะ (Tateyama) อันเป็นที่ตั้งของสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นโบราณ    คือ ฟูจิยามะ ฮากุซัง และทาเทยามะ ซึ่งถือเป็นหลังคาของประเทศ มีความสวยงามด้วยทิวทัศน์ของแนวเขา    พันธุ์ไม้ ทุ่งดอกไม้ภูเขา ในภูมิประเทศแบบอัลไพน์ โดยมีเส้นทางท่องเที่ยวสายคุโรเบะ    อัลไพน์ พาดผ่านตอนเหนือของแจแปน แอลป์ จากโทยามะ (Toyama) ถึงนางาโน (Nagano) แม้จะมีความยาวเพียง    90 กิโลเมตร แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวตลอดวัน โดยจะผ่านจุดต่างๆ เช่น

กำแพงน้ำแข็ง (Yuki no Otani) สถานที่ท่องเที่ยวบนยอดเขาสูงสุดของทาเทยามะ ชื่อว่ามุโรโดะ    (Murodo) ในฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่เปิดทางหลวงซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะมาต ลอดฤดูหนาว    โดยใช้รถแทรกเตอร์เจาะไปตามถนน ทำให้เกิดกำแพงน้ำแข็งสูงกว่า 20 เมตร

เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe) เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สูง 186 เมตร กว้าง 492 เมตร    และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ เดินป่า ปีนเขา ในฤดูร้อนอีกด้วย

 

หมู่บ้านมรดกโลก ชิรากาวา-โกะ (Shirakawa-go)  เป็นหมู่บ้านโบราณของญี่ปุ่นที่คงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง    มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม จึงได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก หมู่บ้านชิรากาวา-โกะเป็นบ้านแบบโรงนาขนานแท้    หลังคาลาดเทต่ำ ใช้หญ้าอัดแน่นหนากว่าฟุต สามารถรับน้ำหนักหิมะที่ตกหนักมากในแถบนี้ได้    บ้านทั้งหลังใช้วัสดุจากธรรมชาติ แต่ละหลังมีขนาดใหญ่มาก ภายในเป็น 2 ชั้น มีห้องใต้หลังคา    ออกแบบด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ ที่สืบทอดทางวัฒนธรรมถึงปัจจุบัน ยังมีการสร้างบ้านแบบเดิม    รวมทั้งมีการเปลี่ยนหลังคาหญ้าทุกๆ 2 ปี

บ้านหลายหลังเปิดให้ชมเสมือนดังพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ทั้งนี้เจ้าของบ้านหลายหลังยังจัดบ้านพักแบบที่เรียกว่ามินชูกุ    (Minshuku) ไว้บริการนักเดินทางที่รักความเป็นธรรมชาติและต้องการสัมผัสวิถีชีว ิตชาวบ้าน    และยังสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวชิโรยามะ (Shiroyama Viewpoint) เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามของหมู่บ้านทั้งหมดได้

 

ทากายามะ (Takayama)   เมืองเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขา ได้รับสมญานามว่า “เกียวโตน้อย”    (Little Kyoto) ทั้งนี้เพราะสภาพบ้านเรือน วัด ศาลเจ้า สะพาน แม้กระทั่งงานเทศกาลของเมือง    ล้วนย่อส่วนมาจากเมืองหลวงเก่าเกียวโตทั้งสิ้น

เมืองเก่าทากายามะเรียกว่าซัง-มาจิ ซูจิ (San-machi Suji) เป็นถนนแคบๆ มีเรือนแถว 2    ชั้นแบบญี่ปุ่นโบราณเรียงรายไปตลอดแนว ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านน้ำชา    ตลอดจนเรียวกัง ทั้งหมดนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปถึงสมัยเอโดะจริงๆ และมีรถลากให้นั่งชมรอบเมืองเก่าด้วย

 

   
   
   
   

ญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ



[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]
« Last Edit: August 17, 2010, 04:15:56 pm by master »

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
Home
                   ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วย สถานที่ที่น่าสนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สวนสนุก
และแหล่งช็อปปิ้งเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นได้ทุกฤดูกาลซึ่งแต่ละฤดูนั้นก็มีความงดงามแตกต่าง
กันอย่างน่าชม
            สำหรับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคม จนถึงเดือนมิถุนายนนั้นนักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางไปชมซากุระ
ซึ่งเริ่มผลิบานช่วงกลางเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน โดยไล่จากเมืองทางทิศใต้ขึ้นมาทางทิศเหนือ
                   นอกจากไปชมซากุระแล้ว ฤดูกาล นี้ยังเหมาะสำหรับการไปเยือนเทือกเขาแจแปน แอลป์ และหมู่บ้านมรดกโลก
ชิรากาวา-โกะและทากายามา ท่ามกลางอากาศที่กำลังเย็นสบายพอดีๆ

:: การขอวีซ่า ::

 

ติดต่อสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย 177 ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 0-2207-8503, 0-2696-3003 เว็บไซต์ www.th.emb-japan.go.jp/th/

           เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 08.30-11.15 น. และ 13.30-16.00 น.

หลักฐานที่ใช้ขอวีซ่า ได้แก่ หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าสำหรับประทับตราอย่างน้อย 3 หน้า แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ พื้นหลังเป็นสีอ่อน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 1 ชุด พร้อมตัวจริง สำเนาบัญชีเงินฝาก ถ่ายสำเนาทุกหน้า พร้อมสมุดเงินฝากตัวจริง จดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น และค่าธรรมเนียม คนละ 1,000 บาท (กรุณาเช็กข้อมูลอีกครั้งก่อนออกเดินทาง)

 

:: การเดินทาง ::

 

              จากกรุงเทพฯ เดินทางไปยังสนามบินนาริตะ มี หลายสายการบินให้บริการ การจองตั๋วเครื่องบิน ควรให้เอเยนต์เช็กราคาหรือเช็กโปรโมชันพิเศษ เช่น ซื้อตั๋วรวมที่พัก หรือซื้อตั๋วเครื่องบินรวมตั๋วรถไฟแจแปนพาส

              จากโตเกียวไปยังเมืองต่างๆ สามารถเดินทางได้ อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟ ซึ่งมีเส้นทางครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของญี่ปุ่นทั้งหมด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือ “Japan for All Seasons: ญี่ปุ่น สีสันแห่งสี่ฤดูกาล” ของคุณดวงดาว สุวรรณรังษี

 

:: ข้อมูลเพิ่มเติม ::

 

              องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย โทร. 0-2233-5108, 0-2235-3321 www.yokosojapan.org

 

:: รู้ไว้ก่อนเที่ยว ::

 

              ญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลต์ เต้าเสียบเป็น สองขาแบบแบน สำหรับเครื่องชาร์จแบตเตอรีของกล้องดิจิตอลสมัยใหม่ สามารถปรับใช้ไฟได้ทั้ง 2 ระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์

              เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

              โทรศัพท์มือถือในประเทศญี่ปุ่นใช้สัญญาณคน ละระบบกับประเทศไ ทย หากต้องการนำหมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณไปใช้ที่ญี่ปุ่น ควรสอบถามศูนย์บริการระบบโทรศัพท์ของคุณ แล้วไปใช้บริการแลกเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ได้ที่เคาน์เตอร์ศูนย์บริก าร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

Traveller ‘s Guide


 


Powered by EzPortal