September 05, 2010, 09:07:19 am
1035 Posts - 137 Topics - 3792 Members

Author Topic: เรื่องต้องรู้ก่อนถ่าย Landscape  (Read 1846 times)

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
Untitled Document

Landscape
   

TIME OF DAY.


       ภาพนี้ถ่ายในเวลากลางวัน แสงจากดวงอาทิตย์จะเป็นสีขาว สิ่งต่างๆในภาพจึงมีสีสันถูกต้องตามธรรมชาติ แสงแดดจัดช่วยให้
สีของวัตุมีความอิ่มตัวและสดใส
สถานที่ : อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  

                     ในช่วงเวลาของแต่ละวันตั้งแต่แสงแรกก่อนที่พระอาทิตย์
จะขึ้นเรื่อยไปจนดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าไปถึงเวลากลางวันบ่ายเย็นกระ
ทั่งหลังจากอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้วเราสามารถบันทึกภาพด้วยแสงใน
ช่วงเวลาที่แตกต่างกันนี้โดยภาพที่ได้จะให้บรรยากาศและอารมณ์ที่แตก
ต่างกันออกไปเช่นกันแม้ว่าจะเป็นภาพในมุมมองเดียวเช่นกันก็ตามการเรียน
รู้เทคนิคการใช้แสงให้เหมาะสมกับภาพจึงมีส่วนอย่างมากในการทำให้ภาพ
ดูงดงามน่าสนใจ
                     โดยทั่วไปเราจะคุ้นเคยกับแสงในเวลากลางวันซึ่งมีอุณ-
หภูมิสีประมาณ 5500-6500 องศาเคลวิน แสงแบบนี้จะมีสีขาวซึ่งเกิดจาก
การผสมแม่สีสามสีคือแดงเขียวและน้ำเงินสิ่งต่างๆในภาพจึงมีสีสันถูกต้อง
ตามธรรมชาติแต่ถ้าเป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหรือหลังจากพระ
อาทิตย์ตกไปแล้วภาพจะมีโทนสีฟ้าเนื่องจากอุณหภูมิโทนสีสูงแต่ขณะที่
พระอาทิตย์เริ่มทอแสงหรือขณะที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกอุณหภูมิสีจะต่ำมาก
ภาพที่ได้จึงมีโทนสีส้มแดงหรือสีโทนอุ่น เมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ด้วยสภาพแสง
ในช่วงเวลานี้ภาพจะดูน่าสนใจกว่าช่วงเวลากลางวัน
                    ในมุมภาพเดียวกัน แต่ช่วงเวลาแตกต่างกันจะทำให้ทิศ
ทางของแสงเงาในภาพเปลี่ยนแปลงไป บ่อยครั้งที่มุมภาพที่เราคิดว่า
ธรรมดา ไม่น่าสนใจแต่เมื่อทิศทางแสงเปลี่ยนไปเช่นดวงอาทิตย์ส่อง
เฉี่ยงมาทางด้านหลังภาพจะดูเป็นเงาดำและมีรายละเอียดในบางส่วน
ทำให้มองเห็นมิติของภาพได้อย่างชัดเจนดูสวยงามกว่าช่วงเวลาที่แสง
ส่องไปตกกระทบตรงๆหากมีเวลาเพียงพอจึงควรเลือกถ่ายภาพในช่วง
เวลาที่แตกต่างกันแล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบ หาช่วงเวลาที่แสงทำ
ให้ภาพดูสวยงามมากที่สุด
                    ในบางสภาพที่เรานึกไม่ถึงมาก่อนก็ใช้ถ่ายภาพได้เช่นกัน
เช่นแสงจันทร์ในช่วงเวลาค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง แม้แสงจากดวงจันทร์
จะมีปริมาณความเข้มแสงน้อยมาก แต่หากชดเชยในเรื่องของค่ารูรับแสง
และความเร็วชัตเตอร์ให้เหมาะสมก็สามารถใช้แสงจันทร์บันทึกภาพทิวทัศน์
ได้เช่นกันแต่อุณหภูมิสีที่แตกต่างกับแสงกลางวันมากจะทำให้ภาพมีโทนสี
ที่ผิดเพี้ยนไปหลักการคำนวณค่าแสงที่ใช้บันทึกภาพมีสูตรง่ายๆคือ ฟิล์ม
  ISO100 เปิดรูรับ แสง F2.8 ให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์นาน4-8 นาที ถ้าต้อง
การใช้รูรับแสงที่กว้างขึ้นหรือแคบลงก็ให้ชดเชยค่าความเร็วชัตเตอร์ไปตาม
ส่วน


    
  ภาพนี้ในเวลากลางวัน มุมภาพย้อนย้อนแสง ทำให้มองเห็นมิติความลึก
โดยมีกิ่งไม้ ใบไม้ เป็นฉาก
สถานที่ : ผานกเค้า จังหวัดเลย
     

   
  ภาพนี้ถ่ายในเวลากลางคืน โดยใช้แสงจากดวงจันทร์ บนท้องฟ้าจะ
มองเห็นเส้นขีดขาวของดวงดาวเนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเองและตั้ง
กล้องเปิดชัตเตอร์นานถึงครึ่งชั่วโมง
   
สถานที่ : ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
   




   แสงยามเช้าช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นใหม่ๆจะมีอุรหภูมิสีต่ำ
ภาพที่ได้จึงมีโทนสีส้มแดงหรือโทนอุ่น ภาพนี้เป็นการถ่ายย้อนแสง ทำให้ต้นไม้และภูเขาที่ถูกแสงปรากฏเป็นเงาดำ
   
สถานที่ : ม่อนกิ่วลม จังหวัดตาก
    
  

PHOTO GEAR FOR LANDSCAPE.



                  
             ย่อมเป็นที่ทราบดีว่าการเดินทางเพื่อถ่ายภาพLanscapeคุณต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่นเพียงใดในการถ่ายภาพลักษณะเช่นนี้แต่เมื่อสิ่ง
ที่คุณเพียรพยายามที่จะมาพบเห็นแสดงอยู่เบื้องหน้าคุณจึงจำเป็นต้องมีความพร้อมเมื่อถึงเวลาสำคัญสำหรับการถ่ายภาพกลับไม่สามารถบันทึกได้
ดั่งใจต้องการเพียงเพราะขาดความพร้อมของอุปกรณ์บางอย่าง ฉะนั้นการตระเตรียมเพื่อความพร้อมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากคุณสามารถทราบได้
ว่าสิ่งใดจำเป็นต้องใช้หรือสิ่งใดไม่จำเป็นจากข้อผิดพลาดของการเดินทางครั้งก่อนคงไม่มีใครต้องการหอบหิ้วอุปกรณ์การถ่ายภาพพะรุงพะรังในการ
ออกเดินทางแต่ละครั้งเพราะเพียงลำพังสัมภาระใช้สอยอื่นๆก็สาหัสพอตัวอยู่แล้วประสบการณ์ของการลองผิดลองถูกจะช่วยทำให้เราเข้าใจถึงความ
หมายของความพร้อมหรือไม่พร้อมได้อย่างชัดเจนทีเดียวดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพและป้องกันข้อผิดพลาดก่อนการเดินทางเราลองมา
ดูว่าอะไรเป็นอุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องใช้จริงๆสำหรับการถ่ายภาพ Landscape





กล้อง : นอกจากประสิทธิภาพที่ดีแล้ว ความคุ้นเคยยังเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเพราะฉะนั้นก่อนการใช้งานจริงจึงควรศึกษาคู่
มือใช้งานอย่างละเอียดสำหรับกล้องที่นักถ่ายภาพส่วนใหญ่นิยมใช้คือ
กล้อง SLR เพราะมีความคล่องตัวสูง สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้อีกทั้ง
มีอุปกรณ์เสริมมีให้เลือกมากมายเพื่อที่จะช่วยให้ภาพมีคุณภาพดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้การออกแบบช่องมองภาพของกล้อง SLRสามารถเห็นภาพ
ได้อย่างสมบูรณ์ทำให้เราจัดองค์ประกอบภาพได้สะดวก นอกจากกล้อง
  SLR แล้วยังมีกล้องRangefinder, กล้อง Viewและกล้องพาโนรามา
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและสถานที่ว่าเหมาะสมเพียงใด
ซึ่งในปัจจุบันกล้องถ่ายภาพระบบดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทต่อการถ่าย
ภาพมากขึ้น เราสามารถลดอัตราการเสี่ยงของภาพหากวัดแสงผิดพลาด
ด้วยกล้องดิจิตอลก่อนได้เช่นกัน

เลนส์ : อุปกรณ์ที่ไม่ต้องแก้มีผลต่อคุณภาพของภาพมากที่สุดตัวหนึ่ง
หากคิดถึงสภาพความเป็นจริงเมื่อต้องเดินทางพร้อมกับเลนส์หลายตัว
ที่มีหลายช่วงความยาวโฟกัสต่างๆกันย่อมไม่คล่องตัวแน่ ทั้งขนาดและ
น้ำหนักในปัจจุบันได้มีเลนส์ขนาดต่างๆโดยเฉพาะเลนส์ซูมซึ่งเป็นเลนส์
ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนความยาว
โฟกัสได้คล่องตัวโดยมีช่วงความยาวโฟกัสในขนาดต่างๆเช่น 28-70
มม.,70-210มม.และขนาดอื่นๆ รวมไปถึงเลนส์ Super Zoom เช่น
28-210 มม. เป็นต้นแต่ปัญหาสำคัญของเลนส์ซูมคือมีรูรับแสงกว้าง
สุดไม่มากนักอีกทั้งขนาดและน้ำหนักที่ค่อนข้างสูงเลนส์อีกชนิดหนึ่งที่
เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ Landscapeนั้นคือเลนส์มุมกว้างที่สามารถ
เห็นมุมได้กว้างไกลช่วยเพิ่มเพอสเป็คตีฟและเป็นเลนส์ที่มีช่วงระยะชัด
ลึกสูงกว่าเลนส์อื่นๆ ข้อควรระวังสำหรับการถ่ายภาพ Landscapeที่อาจ
ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของภาพ นั้นคือแสงแฟล์ แสงแฟล์เกิดขึ้นจาก
แสงสะท้อนจากจุดใดจุดหนึ่งเข้าหน้าเลนส์  การใช้ฮูดที่ติดมากับเลนส์
อาจป้องกันได้บางส่วน เพื่อเพิ่มความแน่ใจควรใช้อุปกรณ์สำหรับบังแสง
  ( Flare Buster )  โดยที่ฐานสามารถต่อเข้ากับ ฮอท-ชู หรือหากต้อง
การประหยัดอาจจะใช้สมุดโน้ตหรือกระเป๋าสตางค์ก็พออนุโลมใช้แทนกัน
ได้เช่นกัน
 



ขาตั้งกล้อง : น้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกใช้งานควรเลือกใช้ขา
ตั้งที่ให้ความมั่นคงแข็งแรงมีน้ำหนักเบาโดยเฉพาะขาตั้งที่ผลิตจาก
คาร์บอนไฟเบอร์จัดเป็นขาตั้งที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่เดินทางระยะ
ไกลที่ล็อคขาต้องล็อคได้อย่างสนิทและขณะเดียวกันต้องปลดล็อคได้
โดยสะดวกด้วยทั้งนี้เพื่อความคล่องตัวขณะทำงานกรือสวมถุงมือ
(กรณีอากาศหนาว)

กระเป๋ากล้อง
: ควรเลือกชนิดที่มีความคล่องตัวสูงภายในมีที่ว่าง
มากพอที่จะบรรจุอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างไม่เบียดเสียดนักฝาด้านบน
ควรเป็นฝาครอบกันน้ำและฝุ่นละอองได้ดีสายสะพานกว้างเพื่อกระจาย
น้ำหนักและที่แผ่นรองบ่าควรเลือกชนิดที่ยางกันลื่น
 

  ฟิลเตอร์ : อุปกรณ์เพื่อการสร้างสรรค์และแก้ปัญหานอกจากฟิลเตอร์
ที่ติดหน้าเลนส์ป้องกันการขูดขีดเช่นUV หรือ Skylight แล้วฟิลเตอร์
ที่ขาดเสียมิได้สำหรับการถ่ายภาพ Landscape คือ ฟิลเตอร์ Polariser
  ( PL ) ซึ่งสามารถลดแสงสะท้อนที่ไม่ต้องการอันเกิดจากการสะท้อน
ของผิววัตถุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น ผิวน้ำ เป็นต้น จุดเด่นอีกอย่างของฟิลเตอร์
ชนิดนี้คือ ช่วยเติมสีท้องฟ้าให้เข้มขึ้น เพราะฟิลเตอร์จะช่วยลดการพล่า
มัวอันเกิดจากหมอกแดด ทำให้ท้องฟ้า , ต้นไม้ และสิ่งต่างๆมีสีสันอิ่ม
ตัวขึ้น สำหรับฟิลเตอร์ NDจะช่วยลดปริมาณแสงที่มากเกินนอกจากนี้ยัง
มีฟิลเตอร์ที่ให้ผลพิเศษเช่น ฟิลเตอร์ Graduated , Diffuser หรือ Warm tone
 
 

ฟิล์ม : เพื่อคุณภาพที่ดีของภาพถ่ายควรเลือกใช้ฟิล์มที่มีค่า ISOต่ำเช่น
  50 หรือ 100 เพราะให้เกณฑ์ภาพละเอียดนอกจากเสียคุณต้องการผล
พิเศษด้านอื่นที่สำคัญการเลือกชนิดของฟิล์มเช่นฟิล์มสไลด์ซึ่งจะช่วยให้
คุณได้ภาพที่ให้สีสันสมจริงมากกว่าการใช้ฟิล์มที่ต้องผ่านกระบวนการล้าง
-อัด อีกหลายขั้นตอน
 

VIEW POINT
     


 
   ภาพทิวทัศน์ที่ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง ทำให้ต้นพญาเสือโคร่งที่
เ็ป็นฉากหน้าดูแล้วมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก และเลนส์มุมกว้างมี
ส่วนในการทำให้ท้องฟ้ามีสีเข้มขึ้น ตัดกับสีชมพูของดอกพญาเสือ
โคร่ง
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่
   
                     ตาของคนเรามีมุมในการมองเห็นเทียบเท่ากับเลนส์
มาตรฐาน 50 มม. และการมองภาพสิ่งต่างๆเรามักจะมองในขณะที่ยืน
อยู่ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเช่นใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อเก็บสิ่งต่างๆรอบ
ตัวทั้งหมด หรือใช้เลนส์เทเลเลือกถ่ายเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งหรือลอง
ถ่ายภาพมุมต่ำติดพื้นแม้กระทั่งการปีนขึ้นไปที่สูงแล้วถ่ายภาพลงมาสิ่ง
เหล่านี้ทำให้มุมมองเปลี่ยนไปและบ่อยครั้งที่ทำให้เราได้ภาพถ่ายที่
สวยงามแปลกตาดังนั้นในการถ่ายภาพทิวทัศน์จึงต้องหามุมมองที่แตก
ต่างเพื่อสร้างความน่าสนใจในภาพถ่ายการขยันเดินดูมุมต่างๆหรือใช้
ประสบการณ์ในการคาดคะเนว่าภาพจะเป็นอย่างไรเมื่อมีการเปลี่ยน
มุมมองใหม่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในที่สุด
   
                   การเลือกใช้เลนสืมุมกว้างนอกจากจะมีข้อดีในเรื่องของ
ภาพที่กว้างไกลแล้วยังมีผลในเรื่องของระยะชัดลึกที่เพิ่มมากขึ้นโดยที่
ใช้ค่ารูรับแสงคงเดิม นอกจากนี้เลนส์มุมกว้างยังมีคุณสมบัติในเรื่องของ
เพอสเปคตีฟ โดยส่วนที่อยู่ใกล้จะดูเหมือนกับมีขนาดใหญ่ และทำให้สิ่ง
ที่อยู่ในระยะห่างออกไปอยู่ไกลกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า จากคุณ
สมบัตินี้ในบางครั้งจะทำให้ภาพที่ดุธรรมดากลายเป็นที่น่าสนใจขึ้นมาทันที
  

  
  ภาพนี้ถ่ายผ่านช่องหินเนื่องจากแสงที่แตกต่างกันมากทำให้โขดหินเป็น
เงาดำบังคับสายตาให้มองไปยังภูเขาและทะเลหมอกที่อยู่เบื้องล่าง
สถานที่ : ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย
   
                   ส่วนเลนส์เทเลโฟโต้มีข้อดีในเรื่องของการเลือกเอา
เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งของทิวทัศน์โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้อีก
ทั้งเพอสเปคตีฟที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ภาพดูกระชับมากยิ่งขึ้น โดย
ส่วนที่เป็นฉากหลังจะดูเหมือนอยู่ใกล้กว่าเดิม แต่ต้องระวังเรื่องระยะ
ชัดเนื่องจากเลนส์ชนิดนี้มีระยะชัดลึกน้อย ต้องใช้รูรับแสงแคบและกด
ปุ่มเช็คระยะชัดลึกให้ถูกต้องก่อนลงมือถ่ายภาพจริง และควรใช้ขาตั้ง
กล้องทุกครั้งเพื่อให้ความมั่นใจว่าได้ภาพที่คมชัดมากที่สุด หากความ
เร็วชัตเตอร์่ำก็ควรล็อคกระจกสะท้อนภาพหรือใช้สายลั่นชัตเตอร์
 

      
  ภาพเปรียบเทียบการใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ภาพซ้ายใช้เลนส์ 50 มม.
จะเห้นว่ามีพื้นที่ว่างในจอภาพมากพอสมควร เมื่อเปลี่ยนไปใช้เลนส์
80 มม.ดังภาพด้านขวา จะเห็นว่าภาพกระชับมากยิ่งขึ้น และดวง-
อาทิตย์ที่อยู่ทางด้านหลังจะมีขนาดใหย่ขึ้น
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
 





 
  ภาพภูเขานี้ใช้เลนส์มุมกว้างเพียง 35 มม. เพราะหากใช้เลนส์มุม
กว้างมากกว่านี้แม้จะเก้บภาพได้กว้างขึ้น แต่ภูเขาจะดูมีขนาดเล็ก
เกินไป
สถานที่ : ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
  


WATER


 
                    ในเมืองไทยของเรามีน้ำตกอยู่มากมายนับไม่ถ้วนทั่ว
ทุกภาค บางแห่งแม้เป็นเพียงธารน้ำแต่ก็แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอัน
พิสุทธิ์การที่จะถ่ายภาพสายน้ำหรือน้ำตกให้มีความสวยงานนั้นต้องอาศัย
เทคนิคการถ่ายภาพสมควร เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์ กล้องเลนส์
ขาตั้งกล้อง ฟิลเตอร์ และสายลั่นชัตเตอร์ จากนั้นเป็นการเลือกสถานที่
มุมมอง การจัดองค์ประกอบภาพ สุดท้ายคือ การเลือกวัดแสงให้ถูกต้อง

  
    บางครั้งการถ่ายภาพธารน้ำและน้ำตก มีพื้นที่จำกัดต้องใช้เลนส์มุม
กว้างพิเศษ อย่างในภาพนี้ใช้กล้องวิว 4x5 นิ้ว ตั้งกล้องโดยใช้ขา
ตั้งปักลงในน้ำ วัดแสงโดยใช้กล้อง 35 มม.SLR เลือกระบบวัดแสง
แบบเฉลี่ยทั้งภาพ
สถานที่ : น้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
      

                   ในสถานที่แต่ละแห่ง สภาพแวดล้อมก็แตกต่างกันออก
ไปบ่อยครั้งที่เราพบกับธารน้ำแต่มีต้นไม้ กิ่งไม้หรือโขดหินดูเกะกะไป
หมด ซึ่งใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียวหากลองพิจารณาให้ดีคุณจะ
พบกับมุมภาพทีน่าสนใจได้ไม่ยากลองเลือกใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษแล้ว
ดูจากภาพช่องมอง อาจพบกับภาพที่คุณต้องการ โดยทั่วไปผมมักใช้
กล้องขนาดกลางบันทึกภาพทิวทัศน์ แต่กับภาพสายน้ำหรือน้ำตก
ผมชอบใช้กล้อง 35 มม. กับเลนส์ซูมกว้าง 1735มม.มากกว่าเพราะ
ปรับเปลี่ยนมุมภาพได้สะดวกและรวดเร็วไม่ต้องคอยเปลี่ยนเลนส์ไป
ให้ยุ่งยากเหมือนกล้องขนาดกลาง อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาและสะดวก
ในการเดินเท้าระยะไกลๆ และขาตั้งที่ใช้ก็มีส่วนสำคัญผมมักใช้ Manfrotto
หรือ Velbonเพราะขาแต่ละด้านปรับสูงต่ำและกางออกได้อย่างอิสระ
ไม่ว่าพื้นที่จะขรุขระเต็มไปด้วยโขดหินก็สามารถกางขากล้องได้อย่าง
รวดเร็วและใช้กระเป๋ากล้องคล้องเอาไว้เพื่อถ่วงน้ำหนักทำให้มั่นคงมาก
ยิ่งขึ้น



     
   ภาพน้ำตกนี้ถ่ายภาพในระยะห่างค่อนข้างมาก ภาพซ้ายใช้เลนส์มุม
กว้าง เพื่อให้เห็นตัวน้ำตกทั้งหมด ส่วนภาพขวาใช้เลนส์เทเลเพื่อตัด
ส่วนให้เห็นเฉพาะมุมหนึ่ง
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติแม่สุริน จังหวัดเชียงใหม่
   

     
   ภาพน้ำตกในมุมย้อนแสงเช่นนี้ การวัดแสงยุ่งยากมาก เพราะแต่ละ
ส่วนของภาพมีความแตกต่างของแสงมาก วัดแสงโดยก้มกล้องลงมา
เล็กน้อยไม่ให้เห็นส่วนของท้องฟ้าที่เป็นสีขาว แต่สายน้ำสีขาวสะท้อน
เข้ากล้องมาก ต้องชดเชยแสงเพิ่มอีกครึ่งสตอป
 สถานที่ : น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก
 
   


[ไฟล์แนบถูกลบโดยผู้ดำเนินการ]
« Last Edit: October 09, 2009, 01:38:49 pm by master »

Offline master

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • Posts: 239
เรื่องต้องรู้ก่อนถ่าย Landscape
« Reply #1 on: October 09, 2009, 09:29:11 am »
Untitled Document

Landscape ( ต่อ )


COMPOSITION

   

                   แม้ว่าคุณจะมีอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ดีเยี่ยมแต่ขาดทักษะในการจัดองค์ประกอบภาพให้ดูสวยงามจะทำให้การถ่ายภาพทิวทัศน์ประสบความ
สำเร็จได้ยากดังนั้นจึงควรศึกษาเกี่ยวกับศิลปะให้มาก วิธีลัดอย่างหนึ่งคือการดูภาพผลงานจากช่างภาพอาชีพที่มีชื่อเสียงบ่อยๆ สังเกตุมุมมองการวาง
ตำแหน่งจุดสำคัญในภาพ การเลือกใช้โทนสี การสร้างมิติของภาพโดยมีองค์ประกอบที่อยู่ในระยะใกล้ กลาง และไกล เป็นต้น

                   ปกติเวลาที่เรามองไปข้างหน้าตาของเราจะมองไปรอบๆทั้งหมด บางครั้งก้มองไปทางซ้ายหรือทางขวา แต่ภาพที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์ม
นั้นจะมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ส่วนอื่นๆที่ไม่อยู่ในกรอบภาพจะถูกตัดออกไปจนหมด ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าอาจจะดูธรรมดาๆแต่เมื่อตัดสิ่งที่ไม่น่าสนใจ
รอบๆข้างออกอาจได้ภาพที่ดีก็เป็นได้ ลองใช้วิธีตัดกระดาษแข็งเจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีสัดส่วน 2 : 3 เท่า กับฟิล์ม 35 มม. แล้วพกติดตัวไว้ เมื่อคิด
จะถ่ายภาพเพียงยกขึ้นมามองภาพผ่านกรอบสี่เหลี่ยมนั้น จะได้ผลคล้ายๆกัน แต่ต้องไม่ลืมว่ามิติของภาพที่เรากำลังดูนั้นจะใกล้เคียงกับเลนส์ 50 มม. และลองดูภาพในแนวตั้งบ้างเพราะบ่อยครั้งที่ภาพแนวตั้งดูดีกว่าแนวนอน เช่นน้ำตกที่สูงชันตกลงมาจากยอดเขา เป็นต้น
                     กฎเกณฑ์ของศิลปะมีอยู่มากมาย อาทิ กฎจุดตัดเก้าช่องที่นิยมใช้กันมาก โดยการขีดเส้นตารางสองเส้นในแนวนอนและแนวตั้งให้มี
ระยะห่างเท่าๆกัน ภาพจะถูกแบ่งเป็นเก้าช่องจุดที่เส้นตัดกันคือ บริเวณที่เหมาะสมในการวางตำแหน่งของจุดเด่นในภาพไม่ควรวางจุดเด่นไว้กลางภาพ
เพราะผู้ชมจะรู้สึกเบื่อได้เร็ว






  ภาพนี้แสดงให้เห้นถึงการใช้หลักศิลปะมาใช้จัดองค์ประกอบภาพ
โดยใช้กฏจุดตัดเก้าช่อง วางตำแหน่งของตัวบ้านที่เป็นจุดเด่นใน
จุดตัดของเส้นทางมุมบนขวา โดยมีแนวขั้นบันไดของนาข้าว เป็น
เส้นนำสายตา
สถานที่ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน

               
               
               





ภาพบน:ภาพทิวทัศน์ในมุมกว้างเช่นนี้ หากไม่มีสิ่ที่เป็นฉากหน้า
หรืออยู่ในระยะใกล้จะทำให้ภาพดูแบน ขาดมิติความลึก
ภาพล่าง:จึงควรหาสิ่งที่อยู่ใกล้ๆเป็นฉากหน้าดังเช่นภาพด้านบน

สถานที่ : ทุ่งดอกบัวตองแม่อุคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน


FILTER


              การถ่ายภาพทิวทัศน์โดยใช้สภาพจริงตามแต่ธรรมชาติ
จะเอื้ออำนวยนั้น โอกาสที่จะได้ภาพดีเป็นไปได้ยากดังนั้นในบาง
สถานการณ์เราจำเป็นต้องใช้ฟิลเตอร์ช่วยเพื่อปรับให้ภาพมีสีเข้ม
ขึ้น เพื่อสีโทนอุ่นลดโทนสีฟ้าที่เกิดจากแสงอันแรงกล้าของดวง
อาทิตย์ เพิ่มสีสันให้กับท้องฟ้าเพียงที่จะเป็นท้องฟ้าที่ขาวซีดหรือ
ลดปริมาณความเข้มแสงที่แตกต่างกันระหว่างส่วนของท้องฟ้าและ
ส่วนที่เป็นพื้นทางด้านล่าง หากคุณเรียนรู้เทคนิคการใช้ฟิลเตอร์อย่าง
ช่ำชอง คุณจะสามารถสร้างสรรค์ภาพให้สวยงามได้โดยที่ภาพดูกลม
กลืนไม่ขัดกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ในธรรมชาติ
  

 
  ภาพทิวทัศน์ขณะที่อาทิตย์ขึ้นหรือตก มักจะมีความแตกต่างของแสง
มากระหว่างส่วนของท้องฟ้าและพื้นดิน เมื่อใช้ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ย
ทั่วไป ส่วนของท้องฟ้าจะสว่างเกินไปเล็กน้อย และพื้นด้านล่างดูมืดทึบ
จนขาดรายละเอียด วิธีแก้ไขคือใช้ฟิลเตอร์กราดูเอท ซึ่งมีส่วนบนเป็น
สีเทาครึ่งซีก ลดปริมาณแสงทางด้านบนให้เฉลี่ยใกล้เคียงกับทาง
ด้านล่าง
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย
              โดยทั่วไปเรานิยมใช้ฟิลเตอร์ชนิดเกลียวขันติดกับหน้าเลนส์
ส่วนใหญ่ฟิลเตอร์ชนิดนี้ทำด้วยแก้ว จึงควรระมัดระวังอย่าให้ตกหล่นเพราะ
อาจจะแตกหรือเสียกายได้และต้องไม่ลืมว่าฟิลเตอร์ที่มีริ้วรอยหรือคราบ
สกปรกมากๆจะมีผลกับความคมชัดของภาพ ปกติเรานิยมใช้ฟิลเตอร์ Skylightที่มีคุณสมบัติลดแสงสีฟ้าที่เกิดจากการถ่ายภาพท่ามกลางแสง
แดดจัด หรือการถ่ายภาพในที่ร่ม หรือใช้ฟิลเตอร์ UVที่มีคุณสมบัติลดแสง
อัลตร้าไวโอเล็ต ช่วยให้การถ่ายภาพทิวทัศน์ไกลๆ มีความชัดเจนมากขึ้น ฟิลเตอร์ทั้งสองชนิดนี้ใช้สวมติดหน้าเลนส์ได้ตลอดเวลาโดยไม่มีผลในเรื่อง
การสูญเสียแสง และช่วยป้องกัน อันตรายรวมทั้งฝุ่นละอองต่างๆให้กับตัว
เลนส์ แต่ถ้าต้องการใช้ฟิลเตอร์ชนิดอื่นๆซ้อนทับเข้าไปต้องระวังเรื่องขอบ
ภาพดำหรือVigettion ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อใช้เลนส์มุมกว้างหากไม่แน่ใจควร
กดปุ่มเช็คชัดลึกดูก่อนหรือถอดฟิลเตอร์เดิมออกแล้วใส่ฟิลเตอร์ที่ต้องการ
เพียงอันเดียว
  
                สำหรับฟิลเตอร์ชนิดแผ่นมีข้อดีในเรื่องความประหยัด แต่ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย การใช้งานจึงต้อง
ระมัดระวังมากพอสมควร และฟิลเตอร์บางชนิดเช่น กราดูเอท ที่มี
ส่วนบนเป็นสีเข้มไล่โทนลงมาเป็นแผ่นใสทางด้านล่าง ควรใช้แบบ
แผ่นเพราะสามารถปรับเลื่อนตำแหน่งได้ตามต้องการ
               ฟิลเตอร์ที่นิยมใช้กันมากคือ PL หรือ โพลาไรซ์ ฟิลเตอร์ ์ชนิดนี้มีคุณสมบัติลดแสงสะท้อนต่างๆทำให้ภาพมีสีสันอิ่มตัวมากขึ้น หากถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีท้องฟ้าเป็นสีฟ้าจะปรับให้ท้องฟ้ามีสีเข้มขึ้น และฟิลเตอร์ชนิดนี้จะลดแสงไปถึงสองสตอปจึงนิยมนำมาถ่ายภาพน้ำ
ตกเพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ทำให้สายน้ำดูนุ่มนวล  ฟิลเตอร์หรือ
ดิฟฟิวเซอร์ก็เหมาะกับภาพทิวทัศน์บางลักษณะทำให้ภาพดูนุ่มนวล
ชวนฝัน แต่ฟิลเตอร์ชนิดนี้มักไม่ค่อยได้ผลหากใช้รูรับแสงแคบ



 
บน : ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตยืใกล้ตก สีสันของภาพจะมีสีจาง โดย
เฉพาะมุมภาพย้อนแสงเช่นนี้ต้องใช้ฟิลเตอร์ที่เพิ่มสีสันให้กับภาพ
ในภาพนี้ใช้ฟิลเตอร์วอร์มโทน ซึ่งมีสีน้ำตาลอ่อน
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติภุกระดึง จังหวัดเลย

RAINBOW

                   รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฝนตก และอยู่ในทิศตรงข้ามกับดวงอาทิตย์พอดี ส่วนใหญ่เราจะเห็น
รุ้งกินน้ำขณะที่ฝนตดปรอยๆ ความเข้มและความชัดเจนอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง หากมีฝนตกระจายทั่วท้องฟ้าและมีแสงจากดวงอาทิตย์ส่องไปตก
กระทบ อาจจะโชคดีได้เห็นรุ้งกินน้ำทั้งสายเป็นรูปครึ่งวงกลมจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง บางครั้งจะเห็นรุ่งกินน้ำซ้อนกันสองชั้น แต่โดยทั่วไปเรา
จะเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น และมีเพียงไม่กี่ครั้งก็โชคดีพบเห็นรุ้งกินน้ำในมุมมองที่มีองค์ประกอบลงตัวพอดี หากพบสถานการณ์เช่นนั้นเมื่อไหร่ต้อง
รีบบันทึกภาพเก็บไว้ทันที  เพราะปกติปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ไม่ต้องไปคิดเรื่อตระเวณหามุมภาพดีๆ ลำพังแค่กางขา
ตั้งกล้องกว่าจะจัดองค์ประกอบภาพเสร็จ รุ้งก็จางหายไปเกือบหมดแล้ว วิธีปฏิบัติคือให้ใช้เวลาน้อยที่สุด โดยถ่ายภาพแรกเก็บไว้ก่อน ถ้าปรากฏว่า
รุ้งกินน้ำมีสีเข้มขึ้นหรือพื้นที่มากขึ้นค่อยถ่ายภาพต่อไป แต่บ่อยครั้งที่ถ่ายได้เพียง 1-2 ภาพรุ้งก็จางลงจนหายไปในที่สุด หากใช้เลนส์ซูมก็จะได้รับ
ความคล่องตัวกว่ามาก การวัดแสงให้เลือกใช้รูรับแสงกว้างสุด เพราะลักษณะนี้เป็นการถ่ายภาพระยะไกล จึงไม่ต้องห่วงเรื่องระยะชัดลึก และยังให้
ความเร็วชัตเตอร์สูงเพียงพอที่จะไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องให้เสียเวลา และเนื่องจากท้องฟ้ามักจะมีโทนสว่าง ต้องวัดแสงให้โอเวอร์สักครึ่งสตอปหรือถ้า
ใช้ระบบอัตโนมัติเช่น โปรแกรมหรือออโต้ให้ใช้ระบบชดเชยแสง ถ้าให้ดีควรถ่ายภาพคร่อมเผื่อเอาไว้สัก 2-3 ภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ภาพที่มีค่าแสง
พอดีสักภาพ ส่วนเลนส์ไม่ควรใช้เทเลมากๆเพราะสีของรุ้งกินน้ำจะดูจาง ควรใช้เลนส์ช่วง 35-100 มม.ขึ้นอยู่กับลักษณะและองค์ประกอบภาพที่ต้องการ



  
หากพบว่ามีฝนปรอยๆและมีแสงดวงอาทิตย์ส่องมาในทิศตรงกันข้าม
ลองสังเกตุให้ดีคุณอาจจะโชคดีพบรุ้งกินน้ำอันสวยงามดังเช่นภาพนี้
ภาพนี้ใช้เลนส์ทเลเน้นเฉพาะส่วนขิงรุ้งกินน้ำ
สถานที่ : อุทยานแห่งชาติภูกระดัง จังหวัดเลย

 
ขณะเดินทางไปตามท้องถนนในต่างจังหวัด เรามักพบรุ้งกินน้ำอยู่บ่อย
ครั้ง การถ่ายภาพต้องใช้ความรวดเร็ว โดยถ่ายภาพทันที เพราะปรากฏ-
การณ์แบบนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นเท่านั้น
สถานที่ : จังหวัดอยุธยา
ข้อมูล :  Shutter Photography.
           ฉบับที่ 2 ปีที่ 11 กันยายน 2543
           เรื่อง Lanscape หน้า 32-49
           โดย คุณประสิทธิ์  จันเสรีกร  
« Last Edit: October 09, 2009, 09:42:31 am by master »

 


Powered by EzPortal